ไทยสร้างสถิติใหม่อาเซียน คัพ รอบน็อกเอาต์ หลังทำเข้าประตูตัวเองครบ 4 ครั้ง
ทีมชาติไทยสร้างสถิติทำเข้าประตูตัวเองมากที่สุดในประวัติศาสตร์รอบน็อกเอาต์อาเซียน คัพ หลังเกิดเหตุการณ์ 2 ครั้งในนัดชิงชนะเลิศปี 2026 ที่พบเวียดนาม
ไทยสร้างสถิติใหม่อาเซียน คัพ รอบน็อกเอาต์ หลังทำเข้าประตูตัวเองครบ 4 ครั้ง
ทีมชาติไทยกลายเป็นทีมที่ทำเข้าประตูตัวเองมากที่สุดในประวัติศาสตร์รอบน็อกเอาต์ของศึกอาเซียน คัพ หลังเสียประตูจากความผิดพลาดของผู้เล่นตัวเอง 2 ลูกในเกมนัดชิงชนะเลิศปี 2026 ซึ่งพบกับเวียดนาม
ก่อนเริ่มการแข่งขันครั้งนี้ ไทยเคยมีสถิติทำเข้าประตูตัวเองในรอบน็อกเอาต์เพียง 1 ครั้ง ขณะที่เวียดนามและมาเลเซียเคยทำเข้าประตูตัวเองฝ่ายละ 2 ครั้ง อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดทัวร์นาเมนต์ปี 2026 ทำให้ยอดรวมของไทยเพิ่มขึ้นเป็น 4 ครั้ง และแซงหน้ามาเลเซียซึ่งอยู่ที่ 3 ครั้ง
ไทยเสียประตูตัวเอง 3 ลูกในเกมที่พบเวียดนาม
ประตูแรกในสถิติดังกล่าวเกิดขึ้นในเลกที่สองของรอบชิงชนะเลิศปี 2024 เมื่อ ปันซา เหมวิบูลย์ กองหลังทีมชาติไทยสกัดบอลเข้าประตูตัวเองในนาทีที่ 82 ไทยแพ้เกมนั้น 2-3 และแพ้เวียดนามด้วยสกอร์รวมสองนัด 3-5
ในศึกปี 2026 ปันซากลายเป็นผู้เล่นที่ทำเข้าประตูตัวเองอีกครั้งในเลกที่สองของรอบรองชนะเลิศกับสิงคโปร์ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน แม้ไทยจะแพ้ 1-2 ในเกมดังกล่าว แต่ยังผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศด้วยสกอร์รวม 4-3
รอบชิงชนะเลิศกับเวียดนามเกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันอีก 2 ครั้ง ในนาทีที่ 52 โด ฮว่าง เฮิน ยิงบอลไปชนเสา ก่อนบอลจะกระดอนโดนฉัตรชัย บุตรพรม ผู้รักษาประตูไทยและเปลี่ยนทิศเข้าประตู ลูกดังกล่าวถูกบันทึกเป็นการทำเข้าประตูตัวเองของฉัตรชัย ทำให้เวียดนามตีเสมอ 1-1 และยังรักษาความได้เปรียบจากสกอร์รวมเอาไว้ได้
จากนั้นในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 4 วานชัย จารุนงครานพยายามเคลียร์บอลเพื่อไม่ให้เหงียน ซวน เซินเข้าถึงบอล แต่การสกัดจากระยะประมาณ 25 เมตรกลับพุ่งเข้าประตูตัวเอง เหตุการณ์นี้ทำให้เวียดนามตีเสมอ 2-2 ในเกม และคว้าชัยด้วยสกอร์รวม 4-2 พร้อมคว้าแชมป์ไปครอง
เมื่อรวมสองทัวร์นาเมนต์ล่าสุด ไทยทำเข้าประตูตัวเองถึง 4 ครั้ง โดย 3 ครั้งเกิดขึ้นในเกมที่พบเวียดนาม และทั้งสามเหตุการณ์ล้วนเกิดขึ้นในเส้นทางที่เวียดนามคว้าแชมป์ได้สำเร็จ
มาเลเซียรั้งอันดับสองด้วยสถิติทำเข้าประตูตัวเอง 3 ครั้ง
มาเลเซียมีสถิติทำเข้าประตูตัวเองในรอบน็อกเอาต์อาเซียน คัพรวม 3 ครั้ง โดยครั้งแรกเกิดขึ้นในรอบรองชนะเลิศปี 1996 เมื่ออัซมิล อาซาลีทำเข้าประตูตัวเองในนาทีที่ 44 อย่างไรก็ตาม มาเลเซียยังเอาชนะอินโดนีเซียได้ 3-1
ครั้งที่สองเกิดขึ้นในเลกที่สองของรอบรองชนะเลิศปี 2018 ที่พบกับไทย เมื่ออิรฟาน ซาคาเรียทำเข้าประตูตัวเองในนาทีที่ 21 เกมจบลงด้วยผลเสมอ 2-2 และมาเลเซียผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศด้วยกฎประตูทีมเยือน หลังสกอร์รวมเสมอกัน 2-2
ประตูตัวเองครั้งที่สามของมาเลเซียเกิดขึ้นในเลกแรกของรอบรองชนะเลิศปี 2026 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ฟาริส ดานิช กองหลังเจ้าถิ่นพยายามจัดการกับบอลทะลุช่องจากเหงียน กวาง ไฮ แต่กลับพลาดส่งบอลเข้าประตูตัวเอง
เวียดนามเคยทำเข้าประตูตัวเอง 2 ครั้งในรอบน็อกเอาต์
เวียดนามเคยทำเข้าประตูตัวเองในรอบน็อกเอาต์อาเซียน คัพ 2 ครั้ง ครั้งแรกเกิดขึ้นในเลกแรกของรอบชิงชนะเลิศปี 2008 เมื่อดือง ฮง เซิน ผู้รักษาประตูเวียดนามทำเข้าประตูตัวเองในนาทีที่ 75 จากเกมที่พบกับไทย แม้เวียดนามจะแพ้ในบ้าน 1-2 แต่ยังคว้าแชมป์สมัยแรกของภูมิภาคได้สำเร็จ
ครั้งที่สองเกิดขึ้นในเลกที่สองของรอบรองชนะเลิศปี 2014 เมื่อดิง เทียน ทันห์ เซ็นเตอร์แบ็กเวียดนามทำเข้าประตูตัวเองในนาทีที่ 29 เกมนั้นเวียดนามแพ้มาเลเซียคาบ้าน 2-4 และตกรอบด้วยสกอร์รวม 4-5
อินโดนีเซีย เมียนมา และสิงคโปร์ก็เคยมีสถิตินี้
นอกจากไทย มาเลเซีย และเวียดนามแล้ว ยังมีอินโดนีเซีย เมียนมา และสิงคโปร์ที่เคยทำเข้าประตูตัวเองในรอบน็อกเอาต์ของอาเซียน คัพ
เยเยน ตูเมนา ของอินโดนีเซียทำเข้าประตูตัวเองในนาทีที่ 27 ของเกมชิงอันดับสามปี 1996 ซึ่งอินโดนีเซียแพ้เวียดนาม 2-3 ขณะที่ซอว์ ลินน์ ตุน ของเมียนมาทำเข้าประตูตัวเองในรอบรองชนะเลิศปี 2004 ที่พบกับสิงคโปร์
สำหรับสิงคโปร์ ชาวาล อันวาร์ทำเข้าประตูตัวเองในนาทีที่ 91 ของช่วงต่อเวลาพิเศษ ในเลกที่สองของรอบรองชนะเลิศปี 2020 ซึ่งสิงคโปร์แพ้อินโดนีเซีย 2-4
สถิติดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่ารายละเอียดเล็ก ๆ ในเกมรอบน็อกเอาต์สามารถเปลี่ยนทิศทางของการแข่งขันได้ทันที โดยเฉพาะในรอบชิงชนะเลิศที่ทุกความผิดพลาดอาจส่งผลต่อทั้งผลการแข่งขันและโอกาสคว้าแชมป์